โยเกิร์ตเป็นสินค้าแช่แข็งที่ให้โปรตีนสูง

โยเกิร์ต

โยเกิร์ตหนึ่งถ้วยยังให้ฟอสฟอรัส 38% ของความต้องการในแต่ละวัน, แมกนีเซียม 12% และโพแทสเซียม 18% แร่ธาตุเหล่านี้จำเป็นสำหรับกระบวนการทางชีววิทยาหลายอย่างเช่นการควบคุมความดันโลหิตการเผาผลาญและสุขภาพของกระดูก สารอาหารชนิดหนึ่งที่โยเกิร์ตไม่มีตามธรรมชาติคือวิตามินดี แต่โดยทั่วไปแล้วจะได้รับการเสริมด้วย วิตามินดีส่งเสริมสุขภาพของกระดูกและระบบภูมิคุ้มกันและอาจลดความเสี่ยงของโรคบางชนิดรวมทั้งโรคหัวใจและภาวะซึมเศร้า สินค้าแช่แข็งประเภทนี้ให้สารอาหารเกือบทุกอย่างที่ร่างกายต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีแคลเซียมวิตามินบีและแร่ธาตุสูง โยเกิร์ตให้โปรตีนในปริมาณสูงโดยประมาณ 12 กรัมต่อ 7 ออนซ์ (200 กรัม) โปรตีนได้รับการแสดงเพื่อสนับสนุนการเผาผลาญโดยการเพิ่มการใช้พลังงานหรือจำนวนแคลอรี่ที่คุณเผาผลาญตลอดทั้งวัน การได้รับโปรตีนที่เพียงพอก็มีความสำคัญต่อการควบคุมความอยากอาหารเช่นกันเนื่องจากจะเพิ่มการผลิตฮอร์โมนที่ส่งสัญญาณความอิ่ม มันอาจลดจำนวนแคลอรี่ที่คุณบริโภคโดยรวมโดยอัตโนมัติซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการควบคุมน้ำหนัก ในการศึกษาชิ้นหนึ่งผู้ที่ทานโยเกิร์ตจะหิวน้อยลงและบริโภคอาหารมื้อเย็นน้อยลง 100 แคลอรี่เมื่อเทียบกับผู้ที่ทานขนมที่มีโปรตีนต่ำและมีแคลอรี่เท่ากัน การกินโยเกิร์ตแล้วได้ความอิ่มเช่นกัน หากคุณกินกรีกโยเกิร์ตซึ่งเป็นพันธุ์ที่มีความหนามากจนทำให้เครียด มีโปรตีนสูงกว่าโยเกิร์ตทั่วไปโดยให้ 22 กรัมต่อ 7 ออนซ์ (200 กรัม) กรีกโยเกิร์ตแสดงให้เห็นว่ามีผลต่อการควบคุมความอยากอาหารและชะลอความรู้สึกหิวมากกว่าโยเกิร์ตทั่วไปที่มีโปรตีนน้อย

ว่าด้วยเรื่องชาลดน้ำตาล

สวัสดีครับทุกท่านวันนี้ผมจะมาพูดถึงเรื่องของชาที่มีคุณสมบัติในการลดน้ำตาลกันครับโดยเจ้าชาลดน้ำตาลที่ว่านี้ไม่ใช่ชาเขียวประเภท sugar free ที่ไม่มีน้ำตาลที่วางขายอยู่ตามห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตที่เห็นกันทั่วไปหรอกนะครับหากแต่มันเป็นชาลดน้ำตาลที่มีคุณสมบัติในการลดน้ำตาลในเส้นเลือดของเราเพื่อป้องกันโรคร้ายต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคอันเกิดจากน้ำตาลเช่นเบาหวานเป็นต้น สำหรับชาลดน้ำตาลนั้นต้องบอกว่าเป็นชาที่ไม่มีวางขายตามร้านทั่วไปเพราะต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนครับจึงจะสามารถหาซื้อได้โดยชาดังกล่าวนี้มีขายตามโรงพยาบาลหรือคลีนิกครับ ถ้าจะถามผมว่าชาลดน้ำตาลนั้นมันสามารถลดน้ำตาลได้จริงหรือไม่ผมเองต้องบอกว่าลดได้จริงครับแต่ผมเองมองว่าเป็นการเสียเงินโดยใช่เหตุหรือเปล่าเพราะเพียงแค่รับประทานชาที่ไม่มีน้ำตาลหรือชาแท้บ่อยๆ มันเองก็ช่วยในการลดน้ำตาลได้เช่นกันถึงแม้ว่าจะช้าไปบ้างแต่เมื่อเทียบกันแล้วในระยะยาวก็เห็นผลและเสียค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่า ถึงแม้ว่าปัจจุบันนี้ความนิยมในชาลดน้ำตาลในประเทศไทยจะเริ่มลดลงไปมากก็ตามทีเพราะมีตัวยาตัวอื่นที่มีประสิทธิภาพที่ดีกว่าเข้ามาแทนที่แต่ก็ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังบริโภคมันอยู่เพราะมันเห็นผลได้ไวแถมยังไม่มีผลอันตรายข้างเคียงแต่อย่างใดอีกด้วย สำหรับใครที่อยากรู้ว่าชาลดน้ำหนักนั้นมีผลดีผลเสียอย่างไรก็สามารถหาข้อมูลได้ทางอินเตอร์เน็ตครับ

สรรพคุณของชาเขียว

การดื่มชานั้นมีมาอย่างนานกว่า 2,000 ปี และเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วชาต่างๆ นั้นมีคุณประโยชน์ในทางรักษานานับประการ บางแห่งอาจใช้เป็นยารักษาโดยตรง หรืออาจใช้เป็นยาชูกำลังก็ได้เช่นเดียวกัน อีกทั่งการดื่มชานั้นก็เป็นที่นิยมมากทั่วโลกรองจากน้ำเปล่า แม้ว่าชาแต่ละชนิดไม่ว่าจะเป็น ชาดำ ชาแดง ชาขาว ชาเหลือง ชาเขียวหรือแม้แต่ชาอูหลง ก็ล้วนมาจากต้นชาต้นเดียวกัน แต่แตกต่างกันคนละกรรมวิธีการเก็บและแปรรูปทำให้ได้สารอาหารที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดนเฉพาะชาเขียวนั้นมีสรรพคุณที่ไม่เหมือนชาอื่น เนื่องจากชาเขียวนั้นได้จากการอบ ในขณะที่ชาอื่นๆ เกิดจากการนำไปหมัก จึงทำให้สารอาหารต่างๆ หายไป ชาเขียวจึงมีคุณสมบัติในการรักษาโรคซึมเศร้า แก้อาการบิด ท้องร่วงได้ดี นอกจากนี้ยังสามารถรักษาโรคภายนอกอย่างเช่น ผดผื่นคัน และโรคผิวหนัง เป็นต้น และที่สำคัญชาเขียวยังมีฤทธิ์ในการรักษาหัวใจ โดยเราสามารถดูได้จากชาวญี่ปุ่น ที่ดื่มชาเขียวเป็นนิสัย ทำให้เกิดอัตราโรคหัวใจต่ำกว่าชนชาติอื่นๆ อีกทั่งชาเขียวนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ชะลอความแก่และคงความอ่อนเยาว์ได้ เนื่องจากชาเขียวนั้นมีคุณสมบัติในการเผาผลาญพลังงานสูง จึงสามารถนำมาใช้ในการลดน้ำหนักได้อีกด้วย แต่การจะดื่มชาเขียวเพื่อให้ได้คุณค่าที่ครบถ้วน เราควรอย่างยิ่งที่จะชงชาด้วยตัวเอง เพราะการซื้อชาแบบสำเร็จรูปมาดื่มจะลดคุณค่าของตัวเองไปเกือบเท่าตัว… Continue Reading

ประวัติความเป็นมาของชาจีน

ชาวจีนถือเป็นว่าหนึ่งในชนชาติที่เก่าแก่ที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ ซึ่งมีประวัติความเป็นมานานนับพันๆ ปีและชาวจีนก็มักจะนิยมเขียนบันทึกอยู่เสมอ ทำให้วัฒนธรรมบางอย่างยังคงสืบต่อมาจนถึงทุกวันนี้ อย่างเช่นการดื่มชา ที่ในปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลก โดยมีบันทึกหนึ่งกล่าวไว้ว่า การดื่มชาของชาวจีนมีมายาวนานกว่า 5,000 ปี โดย ในวันหนึ่งจักรพรรดิของจีนได้เดินทางไปล่าสัตว์อยู่ในป่า ในขณะที่กำลังพักผ่อน ใบไม้ใบหนึ่งก็ตกลงในหม้อที่กำลังต้มน้ำ เมื่อจักรพรรดิดื่มน้ำเข้าไปก็พบว่าน้ำนั้นมีรสชาติดี การดื่มจึงแพร่หลายไปทั่วโลกนับแต่นั้นเป็นต้นมา โดยชาวจีนจะนิยมดื่มชาตลอดทั้งวัน แม้กระทั่งระหว่างมื้ออาหาร และภายหลังเมื่อมีการค้นพบว่าชานั้นสามารถรักษาโรคบางชนิดได้ ทำให้การดื่มชายิ่งแพร่หลายมากยิ่งขึ้น บางคนดื่มน้ำชาแทนน้ำเปล่าเลยก็ยังมี ชาวจีนส่วนใหญ่ดื่มชากันเกือบทุกคนหรือแทบจะทุกบ้านเลยก็ว่าได้ที่จะต้องมีชุดชงชาไว้ที่บ้าน แต่วิธีการชงชาแบบจีนและแบบเอเชียอย่างญี่ปุ่น เกาหลี จะมีวิธีที่ค่อนข้างซับซ้อน โดยเริ่มตั้งแต่ การหยิบใบชา การจัดเตรียมและแม้กระทั่งวิธีดื่มชา เนื่องจากการเก็บใบชาในแต่ละช่วงจะทำให้ได้ชาที่แตกต่างกันไป อันได้แก่ ชาขาว ชาเขียว เป็นต้น และชาวจีนที่นิยมดื่มชานั้นส่วนใหญ่มักจะชอบชงชาด้วยตัวเอง แต่การชงชาให้อร่อยไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นจึงมีการสอนหลักสูตรการชงชาอยู่ทั่วไป และธรรมเนียมการดื่มชาก็เป็นวัฒนธรรมหนึ่งที่เก่ามากที่สุดในโลกอีกด้วย